เสวนาคลองไทย 9A

วอล์กเอ้าท์ กลุ่มสนับสนุนคลองไทย 9A อ้างบิดเบือนข้อมูล

เวทีเสวนาคลองไทยกับอธิปไตยของชาติ “ป่วน” กลุ่มผู้สนับสนับการขุดคลองไทย 9A วอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม อ้างผู้จัดเวทีบิดเบือนข้อมูล แต่สุดท้ายเวทีเสวนาก็ดำเนินการต่อแล้วเสร็จ ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจรับฟัง ร่วม 100 คน

เพิ่มเพื่อน

วันที่ 1 กันยายน 2563 ที่ห้องประชุมโรงแรมชัยคณาธานี อำเภอเมืองพัทลุง เรือตรีจตุพร สุขเฉลิม อนุกรรมการการจัดการความรู้ การศึกษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล สนช. นายเฉลิมพล ชัยวราพงศา เจ้าของเรือในกลุ่ม บริษัทวงค์สมัครนาวี จำกัด นายสมพร ช่วยอารีย์ นักวิชาการ มอ.ปัตตานี ร่วมกับกลุ่มภาคประชาชนในจังหวัดพัทลุง เปิดเวทีเสวนาเรื่องคลองไทยกับอธิปไตยของชาติ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลผลกระทบอีกด้านในการขุดคลองไทย 9A ที่ทางสมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา

ได้มีการขับเคลื่อน เปิดเวทีทำความเข้าใจ กับประชาชนถึงการดำเนินงานการขุดคลองไทย 9A เพื่อเชื่อมทะเลฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย ความยาว 135 กิโลเมตร กว้าง 400 เมตร และความลึก 30 เมตร และได้ขยายสาขาไปยังจังหวัดต่างๆใน 5 จังหวัดภาคใต้ที่คลองดังกล่าวพาดผ่าน ประกอบด้วย จ.กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช พัทลุง และ จ.สงขลา โดยมีการรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนทั้ง 5 จังหวัดเสนอไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาความเป็นไปได้ของการขุดคลองไทย 9 A

ais

ในขณะที่ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ออกมาเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว ล่าสุดรัฐบาล ได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ขึ้น และมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยขึ้นมา 3 คณะ และให้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังข้อคิดเห็น ของประชาชนทั้ง 5 จังหวัด

โดยในเวทีวันนี้ มีประชาชนชาวจังหวัดพัทลุง จังหวัด ตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดกระบี่บางส่วน ลงทะเบียนเข้าร่วมเวทีจำนวน 140 ราย โดยในขณะที่ทางกลุ่มผู้จัด ได้เริ่มต้นการเปิดเวที ให้ข้อมูลผลกระทบอีกด้านของการขุดคลองไทย ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อกลุ่มผู้เห็นด้วย ได้ลุกขึ้นจับไมค์ชี้แจงข้อดีของการขุดคลองไทย 9A ท่ามกลางความเรียกร้องของประชาชนส่วนหนึ่งที่เข้าร่วมในเวที ขอให้ฝ่ายผู้เปิดเวทีได้ให้ข้อมูลก่อน จนเกิดความวุ่นวายขึ้น จน มีกลุ่มประชาชนที่ลงชื่อเข้าร่วมในเวที วอล์กเฮาต์ออกจากห้องประชุมไป

ยังคงเหลือประชาชนที่ลงทะเบียนนั่งปักหลักอยู่ในห้องประชุมเกือบ 100 คน ทำให้เวทีการให้ข้อมูลอีกด้านของกลุ่มผู้จัดกิจกรรม เสวนา คลองไทยกับอธิปไตยของชาติ ดำเนินการก่อเนื่องไปได้ โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่ปักหลักในห้องประชุม ระบุ ต้องการรับฟังข้อมูลอีกด้านของการขุดคลองไทย 9 A หลังจากที่ได้เข้าร่วมรับฟังในเวทีข้อมูลด้านบวกของการขุดคลองไทยมาแล้ว เพื่อเป็นความรู้ใช้ประเมินในการตัดสินใจว่าจะร่วมสนับสนุนหรือคัดค้านการดำเนินงานโครงการดังกล่าว เพราะโครงการดังกล่าวรัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดำเนินการ

อย่างไรก็ดีนายเฉลิมพลฯ เจ้าของเรือในกลุ่ม บริษัทวงค์สมัครนาวี จำกัด ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า การขุดคลองไทยทำให้ระบบนิเวศได้รับความเสียหาย ทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำ ทำลายโบราณสถาน โบราณวัตถุ มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 5 ล้านล้านบาท มิใช่เพียง 2 ล้านล้านบาท ตามที่สมาคมคลองไทยกล่าวอ้าง ซึ่งตนยอมรับว่าการขุดคลองไทยตนนั้นได้รับผลประโยชน์แต่ประเทศชาติเสียหายเพราะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า และการขุดคลองไทยนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงแผนงาน/โครงการพัฒนาประเทศ และตนขอยืนยันว่าพวกตนและกลุ่ม NGO กลุ่มนี้ ไม่ได้รับเงินจากประเทศสิงคโปร์มาคัดค้านการขุดคลองไทยในครั้งนี้ และข้อมูลของสมาคมคลองไทยฯเป็นข้อมูลที่บิดเบือน และหากขุดคลองไทยขึ้นหนานมดแดงในพื้นที่ อ.ป่าพะยอม สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.พัทลุงจะถูกทำลาย อันจะทำให้ประชาชนชาวพัทลุงได้รับความเดือดร้อนนับหมื่นครอบครัว

ในขณะที่นายอุทัย ชนะบางแก้ว ชาวบ้าน ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นนายกสมาคมคลองไทยฯ จ.กระบี่ 1 ในกลุ่มชาวบ้านที่วอล์กเอาต์ ออกจากห้องประชุม กล่าวว่า สาเหตุสำที่ตนและชาวบ้านส่วนหนึ่งเดินออกจากที่ประชุมนั้นเนื่องจากเห็นว่ากลุ่มผู้จัดเสาวนาบังคับให้ชาวบ้านรับฟังข้อมูลอันเป็นเท็จ ไม่ให้โอกาสชาวบ้านได้ซักถามในสิ่งที่สงสัย และไม่ชอบธรรมที่กลุ่มวิทยากรที่เข้ามาให้ความรู้ในครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจเดินเรือกับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งน่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนและน่าจะเกิดความเสียหายทางธุรกิจการเดินเรือหากประเทศไทยขุดคลองไทยแนว 9 A และเป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มคนที่เปิดเวทีจะมาขัดขวางการขุดคลองไทยทำไม ทั้งๆที่ในขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของคณะอนุกรรมาธิการเท่านั้น

นิติกร / พัทลุง อินโฟ

แชร์เรื่องนี้
  • 97
    Shares